วิธีเปิดร้านทุกอย่าง 20 บาท ต้องเตรียมตัวอย่างไร

วิธีเปิดร้านทุกอย่าง 20 บาท ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ปัจจุบันมีธุรกิจ หรือกิจการใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน บ้างก็ไปได้สวย จนเติบโตขยายกิจการไปทั่วทุกแห่ง บ้างก็ล้มเหลวและเลิกไป บอกได้เลยว่าการเป็นเจ้าของกิจการนั้นเริ่มต้นง่าย แต่จะต่อยอดให้อยู่รอดได้นั้นก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน และด้วยเศรษฐกิจที่ผันผวนทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะจับจ่ายสินค้าราคาถูกมากขึ้น อะไรที่ช่วยให้ประหยัดลงไปได้ก็จะยิ่งดี โดยเฉพาะเด็กหอวัยเรียน และหนุ่มสาววัยทำงาน

เปิดร้านทุกอย่าง 20

การเปิดร้านทุกอย่าง 20 ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครที่ใฝ่ฝันอยากจะมีกิจการเป็นของตัวเอง ซึ่งหากมีทำเลที่อยู่ในเขตชุมชนแล้วล่ะก็ เป็นโอกาสที่ดีในการทำกินและสร้างกำไรได้เป็นอย่างดี เพราะผู้คนชอบสินค้าราคาถูกนั่นเอง แต่การจะเปิดร้านทุกอย่าง 20 บาทนั้น จะต้องเริ่มต้นอย่างไร ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง และต้องลงทุนเท่าไหร่ ที่นี่มีคำตอบให้คุณแล้วครับ

ก่อนเปิดร้านทุกอย่าง 20 บาท ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

1. มีเงินลงทุนเพียงพอ การเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจคุณจะต้องมีเงินลงทุน ตั้งแต่ 50,000-1,500,000 บาท (กรณีรวมกับทุนสำหรับก่อสร้าง) ขึ้นอยู่กับขนาดของทำเลที่ตั้ง ซึ่งหากมีพื้นที่ที่คุณเป็นเจ้าของอยู่แล้ว ก็อาจจะลดต้นทุนในส่วนของการก่อสร้าง หรือค่าเช่าสถานที่ลงไปได้ นอกจากนี้ สินค้าภายในร้านจะต้องมีหลากหลายหมวดหมู่ เพื่อที่จะดึงดูดลูกค้าหลายกลุ่มนั่นเองครับ

2. สต็อกสินค้าให้เป็น ส่วนใหญ่แล้วสินค้าภายในร้านจะเข้าออกเป็นประจำ คุณจะต้องเช็คสต็อก และสังเกตว่าสินค้าชนิดใดที่ขายดี ก็หมั่นเติมสต็อกและเติมชั้นวางสินค้าให้เต็มอยู่เสมอ และที่สำคัญสินค้าใดที่เป็นกระแสก็ควรมีเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้านอยู่เสมอ นอกจากนี้สินค้าต้องมีคุณภาพ และหาสินค้าใหม่ๆ มาวางขายอยู่เสมออีกด้วย

3. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย สิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้เลย คือคุณต้องบันทึกรายรับ-รายจ่ายอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้ทราบถึงที่มาของกำไร และต้นทุน เนื่องจากเงินที่ขายได้จะต้องนำมาหมุนเวียนเติมสต็อกอยู่เสมอ หากละเลยส่วนนี้จะทำให้จมทุนได้เลยครับ

 4. ทำเลที่ตั้ง ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง การตั้งร้านที่อยู่ในเขตพื้นที่ชุมชน จะช่วยให้ลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น เนื่องจากมีการสัญจรผ่านร้านอยู่เสมอ ทำเลที่เหมาะสมในการเปิดร้านทุกอย่าง 20 บาท จะเป็นตลาด หรือใกล้มหาวิทยาลัย ใกล้กับที่พักก็ได้เช่นกันครับ เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้ที่อาศัยอยู่หอพัก มักจะซื้อของที่ประหยัดๆ นั่นเอง

5. เตรียมความพร้อมของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแรงกาย หรือแรงใจ ว่าคุณมีความพร้อมมากน้อยเพียงใดก่อนที่จะเปิดร้าน รวมถึงการมีใจรักบริการ รักในการขายหรือไม่ เป็นต้น

นอกจากนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ความอดทนครับ เนื่องจากการเป็นเจ้าของกิจการจะได้พบเจอปัญหามากมาย ซึ่งคุณจะต้องอดทนต่อปัญหา สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ และการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดีเลยครับ

รวมแฟรนไชส์สำหรับเปิดร้านขายทุกอย่าง 20 บาท

 1. OK 20 บาท : ค่าแฟรนไชส์ 29,000 บาท หากจะเปิดร้านทุกอย่าง 20 บาท ไม่พูดถึงแบรนด์นี้คงไม่ได้ เนื่องจากมีสินค้าที่หลากหลาย และเป็นแฟรนไชส์ที่กระจายอยู่หลายพื้นที่และเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก

2. Bear Store เป็นสินค้าราคาถูกที่มีคุณภาพอีกแบรนด์หนึ่งเลยก็ว่าได้ สินค้าทั้งหมดจะเป็นสินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้กระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก แต่แฟรนไชส์แบรนด์นี้จะมีเงื่อนไขในการเปิดร้านต้องเป็นในห้างสรรพสินค้า หรือซุปเปอร์สโตร์เท่านั้น ในขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 140 ตารางเมตรขึ้นไป

3. Star ทุกอย่าง 25 บาท : มีแพ็คเกจลงทุนตั้งแต่ 20,000-350,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และอุปกรณ์/สินค้า ถึงแม้จะเป็นทุกอย่าง 25 บาท แต่สินค้าก็มีคุณภาพดี และเป็นที่นิยมไม่แพ้แบรนด์อื่นๆ เลยครับ ลงทุนแค่เพียงหลักหมื่นเท่านั้น

4. นพรัตน์ 20 บาท : มีแพ็คเกจลงทุนตั้งแต่ 10,000-650,000 บาท  ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และอุปกรณ์/สินค้าแบรนด์สินค้าชื่อไทย ที่ได้รับความนิยมสูงจากพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเปิดร้ายขายสินค้า 20 บาท ราคาเดียว เต็มไปด้วยสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด

การเปิดร้านทุกอย่าง 20 บาท ลงทุนไม่มากนัก สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเติมสต็อกไม่ให้ขาย หรือมีการนำสินค้าอื่นๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมาขายเพิ่มก็ได้ครับ เช่น กะละมัง ขันน้ำ เป็นต้น ซึ่งคุณสามารถเลือกแฟรนไชส์ที่คุณต้องการได้เลย ขอเป็นกำลังใจให้ว่าที่เจ้าของกิจการทุกท่านด้วยนะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.smeleader.com , http://www.thaismescenter.

หากต้องการเว็บไซต์ร้านทุกอย่าง 20 บาท หาลูกค้าทางออนไลน์ เพิ่มลูกค้าอีกเท่าตัว ทำอย่างไร?

สำหรับใครก็ตามที่ต้องการทำเว็บไซต์ร้านทุกอย่าง 20 บาท เป็นของตัวเอง

ผมแนะนำ 2 วิธีครับ

วิธีแรกคือ หาคนทำเว็บให้ ซึ่งค่าจ้าง ก็จะมีตั้งแต่หลักพัน ถึงหลักหลายหมื่น

ข้อดี คือ เว็บออกแบบได้อย่างมืออาชีพ

ส่วนข้อเสีย คือ มีค่าใช้จ่ายสูง และมีเงื่อนไขที่ต้องเสียค่าดูแลซ้ำซ้อน เมื่อต้องปรับเปลี่ยนข้อมูล และยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีที่ไหนที่รับประกันว่า เว็บจะขายของได้ จะติดอันดับ เนื่องจาก เขาไม่ได้ดูแลเรื่อง SEO ให้เรา ทำให้เราต้องเสียเงินไปจ้างทำ SEO รายเดือนอีกที เพื่อให้ทำอันดับได้บน Google

วิธีที่ 2 คือ ฝึกทำด้วยตัวเอง (ดูวิธีการทำเว็บแบบง่ายๆ ที่นี่)

ข้อดี คือ เมื่อทำเป็นแล้ว จะสามารถขยายสินค้า ทำกี่เว็บก็ได้ บนหลักการเดียวกัน จึงทำให้ขยายธุรกิจได้ไม่จำกัด

ส่วนข้อเสีย คือ อาจจะต้องใช้เวลาศึกษาทำความเข้าใจอยู่บ้าง แต่หากมีคู่มือให้ทำตาม ก็จะช่วยให้ง่ายขึ้น และมีโอกาสสำเร็จสูง

Related Posts

สอบถามได้เลยนะครับ