ส่องเทรนด์ 5 อาชีพที่ตลาดต้องการ

ส่องเทรนด์ 5 อาชีพที่ตลาดต้องการ

อาชีพที่ตลาดต้องการ เป็นอีกเรื่องราวที่น่าสนใจ ผมเองเจอบทความแนวนี้เมื่อไหร่ก็อ่านเมื่อนั้น อัปเดตอยู่ตลอดเพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว ทำให้เกิดอาชีพใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย ขณะที่ระบบการศึกษาในบ้านเราก็ยังตามไม่ทัน

มันจึงน่าสนใจที่จะเราควรรู้ไว้ว่า เทรนด์ตอนนี้เขาไปถึงไหนกันแล้ว ที่น้องๆ เรียนอยู่จะไปต่อยอดอย่างไร หรือที่กำลังคิดจะเลือกเรียน มันใช่ไหมที่เมื่อจบมาแล้วเราจะหางานได้ง่ายตรงตามความต้องการของตลาด วันนี้เรารวบรวมมาไว้แล้ว ไปติดตามกันเลย รับรองอินเทรนด์สุดสุดใน พ..นี้ และอีกหลายปี พ..ข้างหน้าเลยครับ

1. นักพัฒนาระบบบล็อกเชน

บางคนอาจเคยได้ยินผ่านๆ หูผ่านตามาบ้าง บางคนอาจจะ เอ๊ะ! มันคืออะไรกัน แต่ให้รู้ไว้แต่เนิ่นๆ เลยว่า ใครก็ตามที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ตกงานเป็นแน่ เพราะเทคโนโลยี “บล็อกเชน” (Blockchain) คือ 1 ใน 8 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง อ้างอิงจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ดังนั้น อย่าแค่ผ่านหูผ่านตานะครับ นี่คือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาปฏิวัติทุกๆ วงการเลยล่ะ

น้องๆ นักศึกษาสายไอที สายเทคโนโลยี ควรศึกษาและเรียนรู้เรื่องนี้ไว้ จบมาแล้วหางานได้ง่ายชัวร์ เพราะในตลาดแรงงาน ยังมีคนที่เก่งเรื่องนี้น้อยมากๆ มันคือโอกาสเลยครับ ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเรียนจากระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัย น้องๆ สามารถหาเรียนตามคอร์สที่เปิดสอนในไทย และในต่างประเทศ  ซึ่งในไทยอาจจะยังมีไม่มาก และนั่นล่ะ คือโอกาส …ลองพิมพ์คำว่า “บล็อกเชน” เข้าไปใน Google ดูครับ  จะได้ภาพชัดขึ้นว่า นี่แหละคือเทคโนโลยีแห่งอนาคต

2.อาชีพโค้ช (Coach)

การโค้ช” จะคนละเรื่องกับ “พี่เลี้ยง” หากใครที่ศึกษาในสายงาน HR จะทราบดีว่า การโค้ช คือการให้คำปรึกษาและกระตุ้นให้ผู้รับการโค้ชเกิดกระบวนการคิดด้วยตัวของเขาเอง แต่จะไม่ใช่ไปสอนหรือจับมือเขาทำเหมือนกับการเป็น “พี่เลี้ยง” ดังนั้น คนที่โค้ช ผู้อื่นได้ จะเป็นคนที่ใช้หลักการทางจิตวิทยาขั้นสูง เพื่อปรับกระบวนการคิดของผู้อื่นให้เขาเจอทางออกของแต่ละปัญหาด้วยตัวของผู้รับการโค้ชเอง

หากอยากเป็น “โค้ช” ก็ต้องเริ่มจากความชอบในการพัฒนาผู้อื่นก่อนถามตัวเองว่า ชอบและสนใจเรื่องอะไร อยากโค้ชผู้อื่นเรื่องอะไรให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น จากนั้นหาหลักสูตรเรียนอย่างจริงจัง อย่างหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับด้าน จิตวิทยา หรือสายงาน HRD เพราะคนในสังคมทุกวันนี้มีแต่ปัญหามากมาย ป่วยจิตก็เยอะครับแต่ไม่รู้ตัว โค้ช จะไปช่วยเขาแก้ไขเรื่องอะไร คุณก็เป็นโค้ชในด้านนั้นไป

ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ  เช่น โค้ชในด้านสุขภาพ  โค้ชสายการเงิน โค้ชสายการใช้ชีวิต  ฯลฯ ผมคงไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะสารพัดโค้ชจริงๆ ในประเทศไทย มันแตกย่อยออกไปมากมายในแต่ละสาขาที่แต่ละคนถนัด คุณก็ทำได้ครับ ขอแค่มุ่งมั่นในเส้นทางนั้นจริงๆ และไม่อดตายในทุกยุค ทุกสมัยครับ    

3. นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ ทำอินโฟกราฟิก

แม้ว่าคนไทยจะอ่านหนังสือน้อยลง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนในสายงาน media คนที่ต้องการเข้าสู่อาชีพนี้ยังไปได้ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารจาก เนื้อหาสาระที่เดิมเป็นแค่ตัวอักษรก็ปรับมาเป็น การนำเสนอด้วย infographic หรือ infographic presentation

ดังนั้น คนที่เรียนด้านการออกแบบงานกราฟิก คุณยังได้ไปต่อครับ เพราะตลาดยังต้องการอยู่มาก และการสร้างสรรค์งานแต่ละชิ้น ก็ได้ราคาสูง ยิ่งมีองค์ความรู้ด้านการถ่ายทอด ผสมกับองค์ความรู้ในงานออกแบบกราฟิก ยิ่งสุดยอดเลยครับ  จะไปสมัครงาน หรือรับงานเองแบบฟรีแลนซ์ หรือจะเปิดเพจรับทำ infographic ก็ได้ หากเราฝีมือดี ไม่มีอดตายครับ จะกี่ปี พ.ศ.ก็ยังน่าสนใจ

ผมขอยกตัวอย่างเว็บไซต์ดังๆ ของเมืองไทย ที่คนรุ่นใหม่เริ่มทำ และไปได้สวย อย่างเช่น เพจ infographic thailand เป็นต้นครับ

4. นักเขียนคอนเทนต์ด้านคริปโตเคอเรนซี

อีก 1 อาชีพในตลาดงานเขียนอิสระ คือ  นักเขียนที่มีความรู้เกี่ยวกับ คริปโตเคอเรนซี ครับ ซึ่งผมมองว่านักเขียนด้านนี้อาจจะต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้โดยตรง ถึงจะเขียนมันออกมาได้ดี และผมเชื่อว่า จะเป็นเทรนด์ที่มาแรงแน่นอนครับ

ปกติแล้วงานเขียนเกี่ยวกับการเงิน การลงทุน จะมีค่างานเขียนที่ค่อนข้างสูงกว่างานเขียนทั่วไป แต่หากมีความรู้ในเรื่องของ คริปโตเคอเรนซี รวมถึงงานเขียนประเภทการเทรดฟอเรกซ์ ก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่าให้กับตัวผู้เขียนขึ้นอีกครับ ซึ่งผมว่า ในไทยยังมีไม่มากและไปสังเกตดูได้ตามห้องนักเขียนอิสระต่างๆ ยังมีคนที่เขียนเรื่องเหล่านี้ได้น้อยอยู่ครับ

ผมจึงจัดมันอยู่ใน อาชีพที่ตลาดต้องการ เพราะหากเป็นเรื่องทั่วๆ ไป มันมีคนเขียนอยู่มาก แต่อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องเฉพาะทาง มีคนรู้หรือเข้าใจไม่มาก นั่นคือโอกาสครับ และนี่คือเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก หากไม่เชื่อลองไปค้นได้ที่ Google Trend ลองพิมพ์คำว่า “บิตคอยน์”  “bitcoin”  “คริปโตเคอเรนซี” จะเห็นได้เองครับว่า มันใช่เทรนด์ที่มาแรง อย่างที่ผมพูดมาหรือไม่ ทุกอย่างมีสถิติบอกไว้ชัดเจนครับ ว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกเขาสนใจกัน

5. นักการตลาดออนไลน์

อินเทอร์เน็ตเพื่อทุกสิ่ง (ioT) เป็นอีกหนึ่งใน 8 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง อ้างอิงจาก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เมื่อเทรนด์มันมาทางนี้ นักการตลาดออนไลน์ จึงยังเป็นอาชีพที่ไปได้สวยครับ ยิ่งฝีมือดีหาตัวจับยาก ค่าตัวก็สูงตามฝีมือ

เมื่อจะขายสินค้า แน่นอนทุกคนทำผ่านช่องทางออนไลน์ อย่าง Facebook,Google, Youtube , Instagram  หรือแม้กระทั่ง E-mail แต่ละช่องทางก็มีเทคนิค วิธีการของมัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าทำผ่าน Google จะเป็นการทำ SEO หรือการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับในการค้นหา หรือทำผ่าน E-mail ก็จะเป็นการส่งโปรโมชั่นต่างๆ โดยตรงไปยังอีเมลลูกค้า เป็นต้น ซึ่งแต่ละวิธีจะมีเทคนิค และการเลือกกลุ่มเป้าหมายต่างกัน

องค์ความรู้ในการตลาดออนไลน์ มันจะช่วยเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการ ทำให้อาชีพนี้เป้นที่ต้องการของตลาด ตราบใดที่โลกใบนี้ยังมีอินเทอร์เน็ต และทุกคนขายของผ่านอินเทอร์เน็ต อาชีพนี้ก็ยังคงอยู่คู่กันแน่นอน

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ขอแถมอีกนิดว่า เทรนด์ที่น่าสนใจ ที่เราจะไม่ตกงานเพราะมันจะเป็น อาชีพที่ตลาดต้องการ อย่างแน่นอนหากเราเรียนรู้ในสิ่งที่มันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเหล่านี้นะครับ ซึ่งมันจะแตกย่อยออกไปหลากหลายอาชีพมากๆ ได้แก่ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ,โลกกึ่งเสมือนจริง(AR) ,โดรน (Drones) ,หุ่นยนต์ (Robots),โลกเสมือนจริง (VR) และ ระบบพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing)

                             ++++++++++++++++++++++++

Related Posts

สอบถามได้เลยนะครับ