เปิดร้านขายของชำอย่างไรให้ได้กำไร?

เปิดร้านขายของชำอย่างไรให้ได้กำไร?

การเปิดร้านขายของชำนั้น ถือว่าเป็นกิจการครอบครัวที่ทำได้ง่าย ซึ่งลูกๆ หลานๆ เองก็อยากจะเปิดร้านขายของชำเล็กๆ ให้กับคุณพ่อคุณแม่เพื่อที่จะให้ท่านได้อยู่บ้านโดยไม่เบื่อ และอยู่สบายแบบไม่ต้องลงแรงอะไรมาก หากเปิดอยู่ในพื้นที่ชุมชนก็จะมีลูกค้าที่อยู่ละแวกนั้นๆ มาอุดหนุนอยู่เป็นประจำ นับว่าเป็นรายได้ที่ดีเลยครับ และยังใช้งบประมาณในการเปิดร้านขายของชำไม่สูงมากนัก หากมีพื้นที่บ้านของตัวเองแล้วอาจจะเริ่มต้นได้จากหลักหมื่นเลยครับ หรือหากมีเงินก้อนโต ก็สามารถต่อยอดได้หลายอย่างเลยครับ

9 เทคนิคการเปิดร้านขายของชำให้ได้กำไร

9 เทคนิคการเปิดร้านขายของชำให้ได้กำไร

เทคนิคและสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนที่จะเปิดร้านขายของชำให้อยู่รอดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่คุณอยากเปิดร้านขายของชำ คุณก็จะเปิดได้เลย ชอบอะไร ก็จะนำแต่สิ่งนั้นมาขาย มาดูกันครับว่ามีเทคนิคอะไรบ้าง

1. ทำบัญชี สต็อกสินค้า

ในการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลยครับในการเปิดร้านขายของชำ เนื่องจากเงินที่คุณสต็อกสินค้าทั้งหมดนั้น จะต้องนำกลับมาหมุนสต็อกสินค้าอยู่แบบนั้นไปเรื่อยๆ จะต้องแบ่งรายรับ รายจ่ายให้ชัดเจนเพื่อที่จะได้รู้ว่านำเงินไปใช้อะไรบ้าง

2. จัดระเบียบสินค้า ชั้นวาง หน้าร้าน

การจัดร้านนับว่าเป็นจุดดึงดูดที่สุดครับ จะดีมากหากเป็นร้านที่เป็นห้องกระจก เนื่องจากร้านขายของชำจะอยู่ติดถนนที่มีผู้คนสัญจรอยู่ตลอด สินค้าของเราก็จะเต็มไปด้วยฝุ่นครับ และเทคนิคที่ดีในการจัดร้านคือ ควรจัดโซนสินค้าให้เป็นระเบียบ ชั้นวางสินค้ามองเห็นได้ชัดเจน ตู้แช่เครื่องดื่มอยู่ในโซนเดียวกัน และนำสินค้าที่ขายดีไว้ด้านในสุดของร้านเพื่อให้ลูกค้าได้เดินผ่านและเห็นสินค้าอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสที่ลูกค้าจะอุดหนุนสินค้าอื่นๆ ด้วยนั่นเองครับ

3. เลือกสินค้าให้ถูก

ส่วนใหญ่แล้วทุกคนมักจะคิดว่า สินค้าใดน่าจะขายดี แล้วจะเลือกซื้อตามใจตัวเอง ซึ่งนั่นจะเป็นปัญหาสินค้าค้างสต็อกนานจนเสื่อมคุณภาพได้ครับ คุณจะต้องสังเกตว่าสินค้าประเภทใด ยี่ห้อใดที่ขายดีที่สุด คุณก็สต็อกสินค้านั้นมากกว่าสินค้าที่ขายไม่ค่อยออกจะดีกว่าครับ

4. ตามกระแส

หากคุณเปิดร้านนั้นพื้นที่ชุมชน แนะนำว่าสินค้าจะต้องทันกระแสทั้งสำหรับเด็กๆ และสำหรับผู้ใหญ่ครับ ซึ่งคุณจะต้องรู้ว่า ในช่วงเวลานั้น เด็กๆ ชอบเล่นอะไร หรือผู้ชายชื่นชอบอะไร คุณก็สามารถนำสินค้านั้นๆ มาเป็นจุดขายได้ครับ

5. ราคาชัดเจน

ลูกค้าส่วนใหญ่นั้นจะชอบเลือกดูสินค้าไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ การติดป้ายราคาใช้ชัดเจน จะช่วยให้สะดวกมากขึ้น โดยที่ลูกค้าไม่ต้องสอบถามราคาเราอยู่บ่อยๆ นั่นเองครับ

6. โปรโมชั่น

การจัดโปรโมชั่นของร้านนั้น สามารถดึงดูดลูกค้าได้อย่างมากเลยครับ อาจจะมีการลด แลก แจก แถม หรือจับสลากลุ้นโชคกัน เพื่อให้ลูกค้าได้ติดตาม หรืออุดหนุนสินค้านั้นๆ อาจจะเป็นสินค้าที่ขายไม่ค่อยออก หรือสินค้าที่เป็นกระแสอยู่ก็ได้ครับ

7. ติดตามโฆษณา

ลูกค้าส่วนใหญ่นั้น มักจะตามหาสินค้าตามโฆษณา ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือแม้แต่ป้ายโฆษณาต่างๆ คุณอาจจะคอยติดตามโฆษณาอยู่ว่ามีสินค้าอะไรมาใหม่บ้าง เพื่อให้ร้านค้าของคุณมีสินค้าใหม่ๆ อยู่เสมอครับ

8. บริการประทับใจ

ในทุกๆ ธุรกิจ สิ่งสำคัญที่สุดคือการบริการครับ หากเจ้าของร้านให้บริการด้วยความสุภาพ เป็นกันเอง ไม่ทำหน้าบึ้งตึง ลูกค้าก็จะประทับใจ และจะกลับมาอุดหนุนอีกครั้งแน่นอนครับ

9. สินค้าเสริม เพิ่มยอดขาย

ในส่วนนี้ควรจะมีเพื่อเป็นกำไรอีกช่องทางหนึ่งครับ ซึ่งคุณอาจจะมีสิ่งที่แตกต่างจากร้านค้าอื่นๆ เช่น เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ บริการชุดใส่บาตรตอนเช้า ลูกชิ้นปิ้ง ชานมไข่มุก เป็นต้น  กำไรส่วนนี้จะช่วยให้คุณแบ่งเก็บ แบ่งใช้ได้มากเลยครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ 9 เทคนิคการเปิดร้านขายของชำที่ให้ได้กำไร ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้จะมีร้านสะดวกซื้ออยู่หลายแห่ง แต่ก็มีลูกค้าไม่น้อยเลยครับ ที่เลือกซื้อสินค้าจากร้านขายของชำ เพราะราคาถูกกว่า แถมยังเป็นคนในชุมชน ถือว่าเป็นการส่งเสริมชุมชนที่ดีอีกด้วย หวังว่าข้อมูลจะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่อยากเปิดร้านขายของชำเป็นของตัวเองนะครับ

หากต้องการเว็บไซต์ร้านขายของชำ หาลูกค้าทางออนไลน์ เพิ่มลูกค้าอีกเท่าตัว ทำอย่างไร?

ผมแนะนำ 2 วิธีครับ

วิธีแรกคือ หาคนทำเว็บให้ ซึ่งค่าจ้าง ก็จะมีตั้งแต่หลักพัน ถึงหลักหลายหมื่น

ข้อดี คือ เว็บออกแบบได้อย่างมืออาชีพ

ส่วนข้อเสีย คือ มีค่าใช้จ่ายสูง และมีเงื่อนไขที่ต้องเสียค่าดูแลซ้ำซ้อน เมื่อต้องปรับเปลี่ยนข้อมูล และยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีที่ไหนที่รับประกันว่า เว็บจะขายของได้ จะติดอันดับ เนื่องจาก เขาไม่ได้ดูแลเรื่อง SEO ให้เรา ทำให้เราต้องเสียเงินไปจ้างทำ SEO รายเดือนอีกที เพื่อให้ทำอันดับได้บน Google

วิธีที่ 2 คือ ฝึกทำด้วยตัวเอง (ดูวิธีการทำเว็บแบบง่ายๆ ที่นี่)

ข้อดี คือ เมื่อทำเป็นแล้ว จะสามารถขยายสินค้า ทำกี่เว็บก็ได้ บนหลักการเดียวกัน จึงทำให้ขยายธุรกิจได้ไม่จำกัด

ส่วนข้อเสีย คือ อาจจะต้องใช้เวลาศึกษาทำความเข้าใจอยู่บ้าง แต่หากมีคู่มือให้ทำตาม ก็จะช่วยให้ง่ายขึ้น และมีโอกาสสำเร็จสูง

Related Posts

สอบถามได้เลยนะครับ