เคล็ดลับ เปิดร้านสเต็กอย่างไร ให้ปัง ไม่มีเจ๊ง

เคล็ดลับ เปิดร้านสเต็กอย่างไร ให้ปัง ไม่มีเจ๊ง

หากจะคิดถึงการเปิดร้านอะไรสักร้านหนึ่ง หรือการมีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง คงหนีไม่พ้นธุรกิจในเรื่องของการกินครับ ซึ่งการกินเป็นปัจจัยหลักของคนเรา หากมีอะไรที่ตกถึงท้อง รับรองว่าเวิร์คและไปได้สวยแน่นอนครับ ซึ่งการเปิดร้านสเต็กก็ถือเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับทุกเพศ ทุกวัยเลยก็ว่าได้

และในการลงทุนเปิดร้านสเต็กนั้น ก็ถือว่าไม่สูงเลยครับ หากเปิดเป็นกิจการเล็กๆ หรือเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ แต่สำหรับใครที่ต้องการเปิดร้านสเต็กก็มักจะมีปัญหาว่า เปิดร้านสเต็ก ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ และจะเปิดร้านสเต็กอย่างไรให้อยู่รอด หากไม่ใช่แฟรนไชส์ที่มีอยู่แล้ว คำตอบอยู่นี่แล้วครับ

เปิดร้านสเต็กลงทุนเท่าไหร่?

เปิดร้านสเต็กลงทุนเท่าไหร่?

หากคุณเปิดร้านสเต็กข้างทาง การเริ่มต้นนั้นไม่ยากเลยครับ มีงบ 20,000-50,000 บาท ก็สามารถเปิดร้านสเต็กได้แล้ว แต่หากต้องการเปิดร้านขนาดใหญ่จะต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่

1. การก่อสร้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณ ขนาด และแบบที่ต้องการ อาจจะตั้งไว้ไม่เกิน 200,000 บาท โดยประมาณ     

2. วัสดุ/อุปกรณ์ รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่ง และอุปกรณ์ในครัว อยู่ที่ 30,000-50,000 บาท โดยประมาณ

3. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าที่ ค่าจ้างพนักงาน เป็นต้น อยู่ที่ 10,000-30,000 บาท/เดือน โดยประมาณ ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงานที่จ้าง และอื่นๆ ด้วยครับ

ซึ่งค่าใช้จ่ายสามารถเพิ่มหรือลดได้ หากคุณทำการวางแผนให้ดี และมีการสำรวจราคาหลายๆ ที่ ก็จะช่วยลดต้นทุนลงไปได้เยอะเลยครับ

8 เทคนิคการเปิดร้านสเต็กให้ปัง

1. ทำเลคือปัจจัยหลักของการเปิดร้านสเต็ก แน่นอนครับว่า ไม่ว่าจะเปิดร้านอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญเลยคือต้องเป็นทำเลที่เข้าถึงได้ง่าย ใกล้กับแหล่งชุมชน เป็นต้น

2. วางแผนให้ดี หน้าร้านต้องเป๊ะ หน้าร้านเปรียบเสมือนหน้าตาของร้านเลยก็ว่าได้ครับ หากเป็นร้านที่มีการจัดตกแต่งอย่างสวยงาม ก็จะสามารถดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น หรือหากเป็นร้านสเต็กเล็กๆ การติดป้ายราคาให้รู้ว่า ถูก คุ้ม อร่อย ก็สามารถเรียกลูกค้าได้ดีเช่นกันครับ

3. เงินทุนต้องมี สำรองต้องห้ามขาด สำหรับเงินทุนแล้วค่าใช่จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุอุปกรณ์ วัตถุดิบในการทำสเต็ก ค่าตกแต่งร้าน ค่าเช่าที่ ค่าน้ำค่าไฟ เป็นต้น จะต้องมีสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉินด้วยนะครับ หากมีอะไรชำรุด ก็จะสามารถนำเงินสำรองมาจ่ายได้นั่นเองครับ

4. วัตถุดิบต้องมีมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นร้านสเต็กหรูๆ หรือร้านสเต็กข้างทาง การเลือกวัตถุดิบนั้นคุณก็ควรจะคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพด้วยครับ

5. รสชาติต้องโดน เรียกได้ว่า จะร้านไหน ก็วัดกันที่รสชาติเลยครับ การปรุงรส การหมักเนื้อ หรือทำซอสต่างๆ ควรจะรังสรรค์ออกมาให้อร่อยที่สุด เพราะหากลูกค้าติดใจแล้ว แน่นอนว่าต้องกลับมาอีกครั้งและเกิดการบอกต่อ รับรองว่า ครองใจแน่นอนครับ

6. การตลาดต้องมี สิ่งสำคัญ คือในส่วนของการตลาดครับ เช่น การทำโปรโมชั่นของร้าน จะสามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี อยากเน้นช่วงเวลาไหน ก็จัดช่วงเวลานั้นๆ เป็นพิเศษได้เลยครับ

7. ดึงดูดด้วยจุดเด่น หรือเอกลักษณ์ คุณควรหาสิ่งที่จะเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ที่ใครๆ ที่มาร้านของคุณต่างต้องพูดถึง หรือใครที่พูดถึงร้านของคุณ ต้องก็ต้องร้อง อ๋อ.. ไม่ว่าจะเป็นเมนูพิเศษที่คุณคิดค้นให้มีแค่ร้านของคุณ หรือพิเศษจานใหญ่ ก็เป็นจุดเด่นของร้านได้เช่นกันครับ

8. บริการเป็นเลิศ และที่ขาดไม่ได้เลย คือในเรื่องของการบริการครับ หากมีพนักงานที่ร้านเยอะ ควรจะมีการอบรมให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน บริการด้วยใจ มีความสุภาพ และมนุษยสัมพันธ์ดี ก็จะช่วยให้ลูกค้ามีความสุขกับการมาร้านของคุณครับ และนอกจากนี้ยังควรรักษาความสะอาดของร้านด้วย ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้าน หรือหลังร้าน ยิ่งสะอาดสะอ้าน ยิ่งน่าเข้านั่นเองครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับ 8 เทคนิคเปิดร้านเสต็กให้ปัง บอกเลยครับว่าธุรกิจร้านอาหาร หรือธุรกิจที่เป็นปัจจัยหลักของคนเรานั้นจะไปได้สวย แต่ก็ต้องขึ้นกับเทคนิคและกลยุทธ์ของทางร้านด้วยเช่นกัน มีร้านสเต็กที่เกิดขึ้นมากมาย และก็ปิดตัวไปได้เช่นกัน หวังว่าเทคนิคนี้จะช่วยให้คุณเปิดร้านสเต็กให้ปังนะครับ

แล้วถ้าหากต้องการเว็บไซต์ร้านสเต็ก หาลูกค้าทางออนไลน์ เพิ่มลูกค้าอีกเท่าตัว ทำอย่างไร?

ผมแนะนำ 2 วิธีครับ

วิธีแรกคือ หาคนทำเว็บให้ ซึ่งค่าจ้าง ก็จะมีตั้งแต่หลักพัน ถึงหลักหลายหมื่น

ข้อดี คือ เว็บออกแบบได้อย่างมืออาชีพ

ส่วนข้อเสีย คือ มีค่าใช้จ่ายสูง และมีเงื่อนไขที่ต้องเสียค่าดูแลซ้ำซ้อน เมื่อต้องปรับเปลี่ยนข้อมูล และยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีที่ไหนที่รับประกันว่า เว็บจะขายของได้ จะติดอันดับ เนื่องจาก เขาไม่ได้ดูแลเรื่อง SEO ให้เรา ทำให้เราต้องเสียเงินไปจ้างทำ SEO รายเดือนอีกที เพื่อให้ทำอันดับได้บน Google

วิธีที่ 2 คือ ฝึกทำด้วยตัวเอง (ดูวิธีการทำเว็บแบบง่ายๆ ที่นี่)

ข้อดี คือ เมื่อทำเป็นแล้ว จะสามารถขยายสินค้า ทำกี่เว็บก็ได้ บนหลักการเดียวกัน จึงทำให้ขยายธุรกิจได้ไม่จำกัด

ส่วนข้อเสีย คือ อาจจะต้องใช้เวลาศึกษาทำความเข้าใจอยู่บ้าง แต่หากมีคู่มือให้ทำตาม ก็จะช่วยให้ง่ายขึ้น และมีโอกาสสำเร็จสูง

Related Posts

สอบถามได้เลยนะครับ