Google พลิกโฉมครั้งใหญ่ เน้น Helpful Content 2022 ! จัดอับดับการทำ SEO แบบเน้นคุณภาพ

Google พลิกโฉมครั้งใหญ่ เน้น Helpful Content 2022 ! จัดอับดับการทำ SEO แบบเน้นคุณภาพ

การพัฒนาระบบอัลกอรึทึมของ Google อย่างไม่หยุดยั้งจะพลิกโฉมการทำ SEO ครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2022 ที่ผ่านมามีการประกาศอัปเดตการจัดอันดับเว็บไซต์ครั้งสำคัญเพื่อให้มีคุณภาพและเกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้งานจริง (Helpful Content Update) คราวนี้เว็บไซต์ใดที่ดัก SEO หรือทำลิงก์สแปม ไร้แก่นสาร เน้นตัวเลขหลังบ้านจะถูกลดความสำคัญลงอย่างแน่นอน ซึ่งในช่วงแรกจะมีการทดสอบระบบกับเนื้อหาภาษาอังกฤษก่อนจะขยายครอบคลุมทุกภาษา ดังนั้นคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้พัฒนาเว็บทั้งหลายมาเรียนรู้กันก่อนเลยว่าแบบไหนจะรุ่งแบบไหนจะร่วง

การทำ SEO ในอนาคตอันใกล้มีทิศทางอย่างไร

ก่อนจะเรียนรู้การทำ SEO ฉบับอัปเดตใหม่ มาดูใจความสำคัญของ ‘Helpful Content Update’ กันก่อน อัลกอรึทึมจะจัดการกับเนื้อหาที่สร้างมาเพื่อติดอันดับแต่ไม่มีประโยชน์ให้ร่วงและไม่มีโอกาสอยู่ในแรงก์สูง ๆ หากพบเพียงส่วนหนึ่งของเว็บไซต์จะถูกมองว่าเป็นแหล่งคุณภาพต่ำทันที นอกจากนี้ยังเน้นการพัฒนาผลการค้นหาเกี่ยวกับการศึกษา ชอปปิงออนไลน์ ความบันเทิงและศิลปะอีกด้วย หากอยากให้เว็บไซต์ SEO ติดหน้าแรกอยู่ มาดูกันเลยว่าคุณต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง

1. ใส่ใจกับคอนเทนต์เพื่อผู้อ่านอย่างแท้จริง (People-first content)

จากจุดประสงค์ของการอัปเดตครั้งนี้หากเว็บไซต์ใดมีเนื้อหาที่สร้างความประทับใจแก่ผู้อ่านจะถูกยกขึ้นหิ้งได้ไม่ยาก แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าบทความ SEO ของคุณจะประสบความสำเร็จ ขอบอกเลยว่า Google มีการเผยคู่มือมาแล้ว! เนื้อหาต้องสร้างมาเพื่อผู้คนไม่ใช่เสิร์ชเอนจิน และต้องตอบโจทย์คำถามที่กูเกิลใช้ในการสร้างอัลกอรึทึม ดังต่อไปนี้ รับรองว่าการทำ SEO ของคุณจะถูกมองว่ามีคุณภาพสูง (high-quality) แน่นอน

  • หากคุณเป็นผู้อ่านจะสามารถเชื่อถือบทความและเห็นว่าเนื้อหาดังกล่าวมีประโยชน์หรือไม่
  • บทความเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่รู้จริงหรือไม่ เช่น ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การรีวิวสถานที่หรือบริการที่ใช้จริง เป็นต้น
  • เว็บไซต์ของคุณมีจุดประสงค์หลักอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่
  • บทความที่ผลิตช่วยให้ผู้อ่านได้บรรลุผลในสิ่งที่ต้องการและพึงพอใจหรือไม่
  • นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวังที่จะพาลให้อันดับร่วงได้ง่าย ๆ ดังนี้
  • มีเว็บไซต์ที่คล้ายคลึงกัน บทความซ้ำซ้อน (unoriginal) แต่ใช้คีย์เวิร์ดต่างกันเล็กน้อยหรือไม่
  • มีความบกพร่องในการสะกดคำ สำนวนภาษาหรือให้ข้อมูลผิด ๆ หรือไม่

2. จัดการกับเนื้อหาเก่าที่เคยเผยแพร่

อีกหนึ่งข้อสำคัญที่ SEO Websites ทั้งหลายต้องใส่ใจหลังจาก Google Helpful Content Algorithm Update คือ คอนเทนต์เก่าที่เคยเผยแพร่ทั้งหมด หากมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่ไร้ประโยชน์และคุณภาพจะทำให้หมดโอกาสติดอันดับทันที  ดังนั้นคุณอาจจะปรับปรุงคุณภาพของคอนเทนต์เก่าหรือไม่ก็ลบออกหากเข้าข่ายคุณภาพต่ำ (low-quality) เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อเว็บไซต์ในองค์รวม ทั้งนี้ไม่ต้องเสียดายเลยว่าเป็นบทความที่ติดอันดับอยู่แล้วเพราะ Google จะไม่แสดงผลเหล่านั้นในท้ายที่สุด

3. หลีกเลี่ยงคอนเทนต์เพื่อเสิร์ชเอนจินแบบแต่ก่อน

จากนี้การทำ SEO จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเป็น people-first content เท่านั้น (ดังที่นำเสนอไปในข้อแรก) ไม่จำเป็นต้องใส่คำที่ไม่มีประโยชน์เพื่อเน้นย้ำให้ระบบของกูเกิลอ่านอีกต่อไปเพราะจะถูกมองว่าเป็นคอนเทนต์ที่ไม่น่าพึงพอใจ แล้วถ้าอยากเลี่ยง engine-first เช่นนี้ต้องทำอย่างไร ทาง Google แนะนำให้หลีกเลี่ยงวิธีการ ดังต่อไปนี้

  • การสร้างคอนเทนต์เพื่อเสิร์ชเอนจินมากกว่าสร้างให้ผู้คน
  • มีการผลิตเนื้อหาหลากหลายจำนวนมากโดยเครื่องมือ AI อัตโนมัติ เพื่อหวังว่าบางบทความจะติดอันดับ
  • คอนเทนต์เป็นการสรุปสิ่งที่ผู้อื่นเผยแพร่และไม่มีการเพิ่มเติมข้อมูลเพียงพอ
  • บทความมีข้อมูลไม่เพียงพอหรือไม่มีคุณภาพ ทำให้ผู้ใช้งานต้องสืบค้นจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม
  • บทความที่เขียนมีการนับจำนวนคำแบบเป๊ะ ๆ เพราะคิดว่ากูเกิลชอบ (ซึ่งไม่จริงเลย)
  • มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่มีคำตอบแน่ชัด เช่น วันเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือวันเข้าฉายภาพยนตร์ที่ยังไม่มีการยืนยัน

อัปเดต Google จัดอับดับการทำ SEO ใหม่ที่ทุกคนต้องจับตามอง

ก็จบไปแล้วสำหรับรายละเอียดสำคัญของอัลกอริทึมที่ทาง Google อัปเดตใหม่ จะเห็นได้ว่าเกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมอย่างยิ่งเพราะครีเอเตอร์และผู้พัฒนาเว็บทั้งหลายจำเป็นต้องใส่ใจคุณภาพของคอนเทนต์มากขึ้น และผู้ใช้งานได้พบเนื้อหาที่มีประโยชน์จริงมากกว่าเว็บไซต์ที่ดึงดูดการคลิกเข้าชมแต่ไร้แก่นสาร ดังนั้นผู้ประกอบการทั้งหลายจงอย่าหยุดพัฒนา ดำเนินการตามแนวทางการทำ SEO ที่ Google แนะนำเพื่อสร้างสรรค์ชุมชนออนไลน์ที่ดีมีคุณภาพกว่าเดิมกันเถิด

Related Posts